คงถูกใจสาวก iPhone ที่รอการเปิดตัว iphone 8 ไม่หนีไปจากข่าวหลุดก่อนหน้า โดยในงานมีการเปิดตัว Apple Watch 3 ใหม่ที่รวมเอาระบบโทรศัพท์เข้าไว้ในตัว ทำให้ใช้งานได้อย่างอิสระแม้ไม่ได้เชื่อมต่อกับ iPhone ส่วน Apple TV 4K ก็ตามชื่อ สนับสนุนการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง 4K HDR ทั้ง HDR10 และ Dolby Vision ใช้ CPU ตัวแรงอย่าง Apple A10 โดยไฟล์หนังที่คุณซื้อแบบ HD ไว้แล้วจะอัพให้เป็น 4K โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ส่วนราคาหนังแบบ 4K ก็ขายราคาเท่ากับ HD อันนี้ดีงาม ส่วน iPhone 8 และ 8 plus ก็หน้าตาเหมือน iPhone 7 เดิม เพียงแต่เปลี่ยนวัสดุเป็นกระจกด้านหลัง โดยบอกว่าเป็นกระจกที่แข็งแรงมาก และเมื่อใช้วัสดุกระจกก็เลยทำให้รองรับระบบชาร์จแบบไร้สายได้ โดยใช้มาตรฐานเดียวกับ Qi Wireless Charging ที่แท่นชาร์จไร้สายในตลาดส่วนใหญ่ใช้งานอยู่ ส่วน CPU ก็เปลี่ยนมาเป็น A11 Bionic รุ่นใหม่ แรงกว่า iPhone 7 เดิม 70% กล้องยังคงความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม แต่บอกว่าใช้เซ็นเซอร์ใหม่ ที่ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ลดนอยส์ลง พร้อมกันสั่น กล้อง iPhone 8 plus เป็นกล้องคู่ มาพร้อมเลนส์มุมกว้างและเลนส์ซูม 2 เท่า รองรับลูกเล่นภาพแบบใหม่ Portrait Lighting ที่สร้างสภาพแสงจำลองส่องไปที่ใบหน้าคุณ เลือกได้หลายแบบ ส่วนเรื่องของวิดีโอนั้น สามารถถ่ายได้ด้วยความละเอียดสูง 4K ที่ความเร็ว 60fps หรือถ้าใครชอบถ่ายสโลว์ ก็จะได้วิดีโอที่ชัดขึ้นด้วยความละเอียด Full HD 1080p ที่ความเร็ว 8 เท่าหรือ 240fps แจ่มมาก ^_^ ลำโพงของ iPhone 8 เป็นลำโพงคู่ Stereo ดังขึ้นและเบสแน่นขึ้น iPhone 8 64GB เริ่มต้นที่ราคา $699USD iPhone 8 plus 64GB เริ่มต้นที่ราคา $799USD แล้วขณะที่กำลังเคลิ้มกับ iPhone 8 ก็มี One More Thing คือ iPhone X (อ่านว่าไอโฟนเท็น) กลายเป็นว่า iPhone 8 ที่ฟังมาตั้งนาน ตกรุ่นทันที 😛 โดย iPhone X เปลี่ยนมาใช้หน้าจอเต็มแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียดสูงสุดเท่าที่ iPhone เคยมีมา คือมีความละเอียด 2436×1125 พิกเซล ค่าความละเอียด 458ppi เรียกว่า Super Retina Display แต่มีรอยบากด้านบนเพื่อเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์ต่างๆ มากมาย รวมทั้งกล้องหน้า 7 ล้านพิกเซลด้วย ซึ่งสนับสนุนการถ่ายภาพแบบ Portrait Mode และเพราะการออกแบบหน้าจอเต็มทำให้ตัดปุ่ม Home และ Touch ID ออกไป เปลี่ยนมาใช้ Face ID สแกนใบหน้าแทน ซึ่ง Apple อ้างว่ามีความปลอดภัยกว่า Touch ID 20 เท่า เป็นระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ มีการใช้เซ็นเซอร์หลายตัวช่วยกันทำแบบจำลองใบหน้าขึ้นมา เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้าเฉดใหม่ เปลี่ยนสีหรือทรงผม ใส่หมวกหรือใส่แว่น ก็ยังสามารถสแกนใบหน้าได้ (ไม่แน่ใจว่าแว่นตาดำจะสแกนผ่านมั้ย เพราะวิดีโอเปิดตัวไม่แสดงให้ดู) แค่แตะๆ หน้าจอ รูดนิ้วขึ้น แล้วมองหน้าจอก็ปลดล๊อคได้อย่างรวดเร็วแล้ว ใช้งานในที่มืดก็ได้ และระบบ Face ID ยังใช้ร่วมกับโปรแกรม Animoji เป็นการสร้าง Emoji ที่ขยับเคลื่อนไหวแสดงสีหน้าได้ตามใบหน้าคุณ ไว้ส่งกันเท่ๆ iPhone X ใช้วัสดุอย่างดีขอบเป็นสเตนเลสด้านหลังเป็นกระจกที่แข็งแรงกว่ากระจกทั่วไป มาพร้อมกล้องคู่แนวตั้ง คุณสมบัติของกล้องและโปรแกรมจะเหมือนๆ กับ iPhone 8 plus เพียงแต่ค่ารูรับแสงของเลนส์ซูมใน iPhone X จะกว้างกว่า คือมีค่า f2.4 ทั้ง iPhone 8, 8plus และ iPhone X กันน้ำและฝุ่น รองรับการชาร์จแบบไร้สาย มีอุปกรณ์เสริมอย่าง AirPower แท่นชาร์จไร้สายที่รองรับการชาร์จได้ทั้ง iPhone, Apple Watch และ Airpod ใหม่ โดยจะแสดงข้อมูลระดับพลังงานที่หน้าจอ iPhone ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมดูจากวิดีโอเปิดตัวที่ทาง The Verge ย่อมาให้เหลือเพียง 15 นาที ^_^ หรือข้อมูลโดยละเอียดที่ Apple.com