สเปคหน้าตา เรียกว่าไม่ต้องลุ้นเพราะหลุดมาก่อนหน้าจนครบ ซึ่งออกมาจริงก็ตามนั้น หน้าตาโดยรวมยังคงแบบเดิม โดย S9+ จะมาพร้อมกับกล้องคู่ ในแนวตั้ง  สแกนลายนิ้วมือทั้งสองรุ่นจะอยู่ด้านล่างของกล้อง เพื่อให้แตะสัมผัสได้สะดวกขึ้น (เดี๋ยวไม่รู้ว่าเป็นรุ่นใหม่ ต้องย้ายตำแหน่งนิดนึง 😛 ) CPU  Exynos 9810 หน่วยความจำสำหรับรุ่น S9 จะเป็น 4GB ROM 64GB ส่วน S9+ จะมีหน่วยความจำหลัก 6GB ส่วน ROM ให้เลือกสามรุ่นคือ 64GB 128GB และ 256GB กล้องเซลฟี่ด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f1.7 พร้อมโปรแกรม AR Emoji ให้คุณสร้าง  Avatar แบบ 3 มิติ ของตัวคุณเอง พร้อม animation เก๋ๆ เอาไว้ส่งเป็น sticker ในโปรแกรม chat ต่างๆ (คล้ายๆ กับ iPhone X แต่อันนั้นเป็นการ์ตูนรูปสัตว์) ส่วนกล้องหลังทั้งคู่มาพร้อมเลนส์ที่ปรับรูปรับแสงได้ โดยเลือกเป็น f1.5 สำหรับสะภาพแสงน้อย หรือ f2.4 สำหรับภาพกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้แสงโอเวอร์จนเกินไป ส่วน S9+ จะเพิ่มเลนส์ระยะซูมอีกตัว ค่ารูปรับแสง f2.4 พร้อมกันสั่น OIS คู่ทั้งสองเลนส์ ถ่ายวิดีโอสโลว์ด้วยความเร็วสูง 960fps ให้คุณหยุดทุกการเคลื่อนไหว หน้าจอ Super AMOLED Infinity Display S9 ขนาด 5.8 นิ้ว ค่าความละเอียด 570ppi ส่วน S9+ ขนาด 6.2 นิ้ว ค่าความละเอียด 529ppi จอเคลือบฟิล์มพิเศษให้หน้าจอดำสนิท ซ่อนส่วนของเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้อย่างแนบเนียน ลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ปรับแต่งโดย AKG ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ Intelligent Scan ที่ผสานทั้งระบบสแกนม่านตาและใบหน้าไว้ด้วยกัน (ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างนึงอีกต่อไป) ผู้ช่วย Bixby ที่ฉลาดขึ้นสามารถแปลภาษาได้ ผสมระบบ AR ช่วยบอกข้อมูลไม่ว่าจะเป็นพิกัด หรือข้อมูลสิ่งข้อขึ้นมาในสภาพแวดล้อมจริง เรียกว่านอกจาก Hardware แล้วคราวนี้ Samsung ยกเครื่องเรื่อง Software ใหม่หลายอย่าง เพื่อทำให้ S9 และ S9+ น่าใช้งานมากขึ้น และจำหน่ายในบ้านเราเป็นประเทศแรกๆ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท สำหรับ Galaxy S9 ส่วน S9+ 64GB ราคา 31,900 บาท 128GB ราคา 33,900 บาท และ 256GB ราคา 37,900 บาท ทุกรุ่นสามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 400GB มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Oreo 8.0

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Samsung Thailand