หายหน้าหายตาไม่อัพเดทข่าวหลายวัน ช่วงนี้ชีพจรลงเท้า ลงใต้ขึ้นเหนือ ถ่ายรูปเล่นก็เลยเอารูปมาฝาก ใครยังไม่มีโปรแกรมท่องเที่ยว หรือมีแหล่งท่องเที่ยวแนะนำก็ลองมา comment แลกเปลี่ยนกันนะครับ ทริเชียงใหม่ 2 วันครึ่งนี้ เริ่มจากออกจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบินเชียงใหม่ เครื่องลง 4 โมงเย็น ก็ตะลุยไปแปลงเกษตรใน มช (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ดูฟาร์มเลี้ยงผึ้ง แปลงเกษตร ทุ่งนา ถ่ายรูปถุงนากับฟ้าหลังฝนสีสวยดีครับ



 

จากนั้นก็ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน Mix Restaurant & Bar ซอยนิมมาน 1 ร้านอาหารไทยฟิวชัน อารมณ์ร้านนั่งดื่มนั่งกินชิลๆ แล้วไปขับรถเล่น เดินกินน้ำปั่นหลัง มช

วันที่สองตื่นแต่เช้า 8 โมงออกจากโรงแรม ขับรถคนเดียวมุ่งขึ้นดอย อาศัย GPS เพราะไม่รู้จักทาง อิอิ และแล้วก็พาหลงจนได้ ขึ้นไปไหนไม่รู้ ทางเล็กๆ ไปตามหมู่บ้านชาวเขา มาเจอวัดป่าสวยดีเลยเก็บรูปซะ

 

 

 

จากนั้นก็เปลี่ยนใจตั้งจุดหมายใหม่ไปดอยสุเทพละกันไม่น่าจะหลง ก็ไปถึงจนได้ แวะถ่ายรูปข้างทาง มีทั้ง ตั้งแต่ทางขึ้น อนุเสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย จุดแวะชมวิวดอยสุเทพ น้ำตก และวัดพระธาตุดอยสุเทพ

จากนั้นลงดอย ขับรถผ่าน มช แวะถ่ายรูปอ่างแก้ว อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใน มช น้ำกำลังเต็ม

จากนั้นไปต่อวัดพันเตา ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ถนนคนเดิน ติดกับวัดเจดีย์หลวง วิหารเดิมเป็นหอคำหรือท้องพระโรงหน้าของพระเจ้ามโหตรประเทศ เป็นอาคารเครื่องไม้แบบพื้นเมือง ถ่ายรูปวิหารหอคำหลวง

 

แล้วเดินต่อไปวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด ด้านหลังมีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุด ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่

 

 

กลับโรงแรมล้างหน้าล้างตา แล้วก็ไปกินน้ำชา กับขนมที่ Mandarin Oriental Dhara Dhevi โรงแรมสวยงาม อลังการ ขนมที่เบเกอรี่ช้อปก็อร่อย ของดังคือมากาฮอง แต่ส่วนตัวไม่ชอบกินเพราะหวานมาก ต้องกินกับน้ำชา โรงแรมสวยก็จริงแต่แดดร้อนชมัด

จากนั้นไปต่อ พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้พระราชทานเป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ที่แม่ริม ทางผ่านก่อนขึ้น ม่อนแจ่ม

 

 

หลังจากแวะพระตำหนักดาราภิรมย์ ก็ขับรถไปทางแม่ริม เตรียมขึ้น ม่อนแจ่ม ระหว่างทางฝนตกไม่มาก แต่ก็หวั่นๆ ว่าขับขึ้นดอยน่าจะลำบาก แต่โชคดี พอใกล้จะขึ้นดอยฝนหาย ฟ้าแจ่มซะงั้น เลยขึ้นดอยได้สบายๆ ระหว่างทางก็จะเป็นแปลงผัก ผลไม้ เป็นขั้นบันได ตามเนินเขา ที่ม่อนแจ่ม มีเต้นที่พักให้มาเช่านอนด้วย เสียดายที่ไม่มีเวลา ไว้คราวหน้าค่อยมาค้าง ข้างบนถึงแดดจะจัดแต่อากาศก็เย็น แนะนำให้โปะครีมกันแดดไว้เลย เพราะบางคนคิดว่าอากาศเย็นไม่เป็นไร นี่แระตัวดำเลย 😛

 

หลังจากถ่ายรูปเต็มที่แล้วก็ลงดอย แวะ โป่งแยง แอ่งดอย รีสอทกลางเขา ที่มีน้ำตกไหลผ่าน ร้านอาหารที่นี่คนมานั่งกินชิวๆ ริมน้ำตก นอนก็คงฟังเสียงน้ำตกไปตลอด มีศาลาปฎิบัติธรรมริมลำธารด้วย สวยดี ร่มรื่นมากๆ

 

 

 

 

พิกัดต่อไปคือ Four Seasons Resort เชียงใหม่ ที่เราอยากรู้ว่ากับ ดาราเทวี อันไหนจะสวยกว่ากัน เพราะเป็นรีสอทหรูทั้งคู่ แต่พอไปถึง ส่วนตัวชอบ Four Seasons มากกว่า เพราะดูร่มรื่น ท่ามกลางต้นไม้ มีทุ่งนาโล่งๆ ให้มองจากห้องอาหารหรือห้องพักได้เลย ชอบๆ ตอนแรกว่าจะแวะกินข้าวเย็นที่นี่ แต่มีเพื่อนแนะนำว่ามีร้านน่าสนใจในเมือง เลยลงดอยไปต่อที่ร้าน W by หวานละมุน

 

 

แวะล้างคราบโคลนที่ติดเท้ามาจากทุ่งนาด้วย แอบไปย้ำมา 555 ร้าน W by หวานละมุน สานต่อมาจากร้านขนมหวานละมุน แต่อันนี้มีอาหารคาว แบบไทยฟิวชัน อาหารจากไม่ใหญ่ ราคากลาง ถึงสูง แต่รสชาติอร่อย น้ำยำทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำยามะม่วง ยำส้มโอ ที่ไม่แฉะเม็ดส้มโอยังใสๆ อยู่เลย ทำเก่งมาก

 

จากนั้นก็ไปต่อกาดหน้ามอ (โต้รุ่งหน้ามหาลัย มช) ที่มีร้านอาหารมากมาย แต่มีร้านราเมงที่เด็กเยอะมาก ไม่ได้ชิมแต่เห็นมีคนบอกว่าอร่อย แวะกินไมโลดิบ ไม่ค่อยชอบเพราะหวานมาก เฉยๆ อ่ะ รอบข้างมีตลาดขายของอารมณ์ประมาณสวนลุมไนท์ เดินเล่นสนุกดี จากนั้นก็ไปต่อหลังมอ ก็เป็นอาหารตามสั่ง ราคาอาหารถูกกว่า เพราะเป็นร้านข้างทางธรรมดา แต่มีร้านน้ำปั่นแก้วละ 20 บาท อร่อยมาก กินทั้งสองคืนเลย เสาวรสปั่นใส่โยเกริต

 

อิ่มแล้วก็ขับรถเล่น รอเวลาไปกินไก่ทอดเที่ยงคืน ที่ไม่เที่ยงคืนก็ไม่ขาย แถมสั่งมากวุ่นวายอาจโดนดุ แต่ตอนที่ไป ห้าทุ่มครึ่งก็ขายแล้ว มีนักศึกษากลุ่มใหญ่มานั่งกิน ก็สั่งมาลองชิม เป็นอาหารทอดๆ พวกไก่ทอด เนื้อแดดเดียว ตับทอด ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ที่ดังคงเป็นเพราะขายดึก คนที่เลิกเที่ยวก็คงมาหาอะไรกิน

 

เช้าวันที่สาม หลังจากอาหารเช้าที่แคนทารี่ฮิล (ที่พักราคาไม่แพง ห้องใหญ่ มีห้องครัวให้ใช้พร้อมอุปกรณ์ บุฟเฟ่อาหารเช้าก็อร่อยดี) ก็ไปเก็บตกวัดในตัวเมือง เริ่มจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ตั้งแต่ปี พศ 1888 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ องค์จำลอง เพราะองค์จริงถูกนำไปประดิษฐานที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล ในตัววัดพระสิงห์ยังมี หอไตร วิหารลายคำ ภาพจิตรกรรมเรื่องสังข์ทองพบเพียงแห่งเดียวที่นี่ 🙂

จากนั้นก็ไปต่อ พระบรมราชาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ พระบรมราชาอนุสาวรีย์ประกอบด้วยรูปปั้นองค์สามกษัตริย์ได้แก่ พญามังราย พญาร่วงหรือที่รู้จักกันดีว่า “พ่อขุนรามคำแหง” และพญางำเมือง ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ที่พระมหากษัตริย์สาม พระองค์มาทรงร่วมกันวางแผนการสร้างเมืองเชียงใหม่ ใกล้กันเป็นวัดอินทขีล สะดือเมือง เชียงใหม่เก่าแก่ คาดว่าสร้างขึ้นช่วงต้นของประวัติศาสตร์ล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙

เสร็จแล้วไปต่อ วัดโลกโมฬี เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด แต่ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ วัดโบราณสวยงามมาก

เสร็จแล้วก็ไปต่อวัดโพธารามมหาวิหาร เดิมชื่อวัดเจดีย์เจ็ดยอด หรือ วัดเจ็ดยอด วัดโพธารามมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ (เดิมชื่อวัดเจดีย์เจ็ดยอด หรือ วัดเจ็ดยอด) ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์เม็งราย ทรงสร้างวัดโพธารามมหาวิหาร สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น เป็นเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย

 

จากนั้นเราก็ไปต่อ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ผึ้ง ศูนย์ศึกษาวิจัยการเลี้ยงผึ้ง ได้ความรู้อีกเยอะเลย ว่าเลี้ยงผึ้งนี่ก็ทำเงินดีเหมือนกัน และน้ำผึ้งสาปเสือหรือน้ำผึ้งเดือนห้ามีคุณค่าสูงสุด และผึ้งพื้นเมืองตัวเล็กอีกพันธ์ที่เรียกว่า ชันโรง ที่น้ำผึ้งของมันแพงและหายากกว่า ระหว่างทางเราก็แวะถ่ายรูปสถานที่จัดงานราชพฤกษ์ 2554 ที่จะจัดตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนนี้ถึงกุมพาพันธ์ปีหน้า เริ่มจองโรงแรมกันได้แล้วสำหรับใครที่อยากมาดู 🙂

 

 

วัดสุดท้ายที่เราแวะคือ วัดต้นแกว๋น ที่คุ้นตาเพราะเป็นวัดที่ถ่ายทำละครเรื่องเมื่อดอกรักบาน วัดเก่าแก่ที่มีลักษณะงดงามมาก สิ่งที่น่าสนใจ คือศาลาจัตุรมุขซึ่งพบเพียงหลังเดียวในภาคเหนือ นอกจากนี้ ศิลปกรรมล้านนาดั้งเดิมภายในวัดนี้ยังจัดว่าเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์และมีคุณค่ามาก สมาคมสถาปนิกสยามประกาศให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นเมื่อปี พ.ศ. 2532

ก่อนกลับแวะกินข้าวซอยซะหน่อยเดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ ร้านที่เราไปกินคือ ข้าวซอยเสมอใจ ร้านข้าวซอยที่อยู่คู่เชียงใหม่เรามากว่า 30 ปีแล้ว ด้วยรสชาติของข้าวซอยที่เข้มข้นถึงเครื่องข้าวซอยแบบต้นตำรับ มีแต่คนแนะนำให้กินข้าวซอยเนื้อ แต่ใครไม่กินเนื้อก็มีไก่ หมูให้เลือก

 

 

เสร็จจากข้าวซอยพอมีเวลาเหลือก่อนขึ้นเครื่องกลับอีกนิดหน่อย เลยไปแวะ ร้านน้ำชาเวียงจุมออน ร้านสวย สำหรับไปนั่งชิวๆ กิน H-Tea ยามบ่ายเอาบรรยากาศ ที่นี่มีชา และสูตรเครื่องดื่มชาหลายชนิดให้เลือก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวซะมากกว่าที่ไปนั่งกัน ร้านสวยบรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย แถมซื้อของฝากกลับบ้านเก๋ๆ ได้ด้วย จบแล้วครับทริป เชียงใหม่ ที่เวลาแค่สองวันครึ่ง แต่บางคนบอกว่าเหมือนมาเป็นเดือนเพราะไปหลายที่มาก แต่จริงๆ แล้วทริปนี้ตั้งใจไปไหว้พระธาตุศรีจอมทอง แต่ดันลืมสนิท สงสัยต้องจัดทริปไปใหม่ 😛

ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

Share