เรียกว่าแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันสำหรับเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลายคนรอคอยการปล่อยระบบปฎิบัติการใหม่อย่าง iOS 5 สำหรับ iDevice ทั้งหลาย ซึ่งผมว่ามันต้องเตรียมตัวและมีขั้นตอนมากมาย รวมทั้งการ backup ทั้งหลายที่ต้องเตรียมมากกว่าการ update ระบบปฎิบัติการหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ซะด้วยซ้ำไป ตอน update จาก Snow Leopard มาเป็น Lion ยังไม่เห็นต้องทำอะไร หรือเตรียมตัวอะไรมากขนาดนี้ เพราะ iOS 5 ต้องการ iTunes 10.5 ระบบปฎิบัติการต้องเป็น Mac OSX 10.7.2 เพื่อใช้งานร่วมกับ iCloud แล้วใครที่ใช้ MobileMe อยู่ก่อนแล้วก็ต้องเตรียมย้ายจาก MobileMe มา iCloud นี่ยังไม่รวม Software ทั้งหลายที่พร้อมใจกับปล่อย Update ออกมาเพื่อรองรับ iOS 5 และ iCloud อย่าง FourSquare, Twitter, iPhoto หรือ Aperture และอีกมากที่ตามมา … และที่สำคัญทุกอย่างปล่อยออกมาให้ download พร้อมๆ กัน ทั้ง iOS 5, iTunes 10.5, Mac OSX 10.7.2, iPhoto Update 9.2 หรือ Aperture 3.2 เรียกว่า Server ของ Apple เมื่อคืนและคงอีกหลายวันต่อจากนี้คงทำงานหนักมากๆ

ก่อนที่คุณจะ update เป็น iOS 5 สำหรับคนที่ใช้ Mac คุณต้อง update iTunes 10.5 ตัวใหม่ก่อน และเพื่อใช้งานคู่กับ iCloud ของ iOS 5 คุณต้อง update Mac OSX 10.7.2 เป็นอันดับต่อไป สำหรับคนที่ใช้งาน MobileMe อยู่ก่อนแล้ว Apple ก็จะให้คุณทำการย้ายมา iCloud ใหม่ได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการ Login ผ่านหน้าเวบ Mobileme.com แล้วกด Get Started หรือจะทำการกด Move ที่ MobileMe ใน System Preferences ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องตั้งสติให้ดี เลือกตอบคำถามให้ถูกไม่งั้น ข้อมูลเก่าทั้งหลายของคุณไม่ว่าจะเป็น Contact, Bookmarks หรืออื่นๆ อาจจะหายหรือตีกันยุ่งไปหมด แต่ใครที่ไม่เคยใช้ MobileMe มาก่อน หรือคนที่อยากใช้ iCloud ในชื่อใหม่ไปเลย ก็เลือกสมัครชื่อใหม่ได้เลยไม่ต้องทำการย้ายครับ

ส่วนใครที่ update iPhone หรือ iPad แล้วช้า ก็ให้ไป download ไฟล์มาติดตั้งแบบ manual เองได้ จากเวบ http://www.felixbruns.de/iPod/firmware/ โดยเลือกให้ตรงกับรุ่นที่ใช้อยู่ วิธีการ update ก็ทำผ่าน iTunes เหมือนปกติ เพียงแต่ต้องกดปุ่ม Option ค้างไว้ (Windows ให้กดปุ่ม Alt) ก่อนกดปุ่ม update

ส่วนใครที่เจอ Error 3002 ไม่สามารถ update ได้ เครื่องคุณต้องทำการ Restore เท่านั้นครับ แนะนำให้ Backup ไว้ก่อน แล้วทำการ Restore เลยครับ คุณก็สามารถ up ไปเป็น iOS 5 ได้แล้ว

ใครยังไม่รู้ว่า iOS เป็นยังไง มีวิดีโอสาธิตจากเวบ Redmondpie มาให้ดูครับ