หลายคนคง update ไป iOS 5 กันแล้ว หลังจาก update / restore เปิด iPhone ขึ้นมาครั้งแรกเราก็จะเจอหน้าจอให้ตอบคำถามเพื่อตั้งค่าการใช้งานของเครื่อง ซึ่ง iOS รุ่นเดิมก่อนหน้านี้ไม่มีแบบนี้ครับ โดยเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรก ก็จะเจอหน้าที่บอกว่าการ update / restore สมบูรณ์ พร้อมตั้งค่าเพื่อใช้งานต่อไป หน้าถัดไปก็จะให้คุณเลือกเปิด หรือปิดการระบุพิกัดดาวเทียมสำหรับเครื่อง iPhone ของคุณ ซึ่งข้อมูลพิกัดนี้จะถูกใช้ในหลายโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Google Maps หรือ Check in ใน Facebook หน้าถัดไป ก็จะให้คุณเลือกเชื่อมต่อเข้ากับ WiFi เพื่อการเชื่อมต่อ internet ที่เร็วกว่า ถ้าคุณทำการ update ที่บ้านก็ควรต่อเข้า WiFi จะเร็วกว่าครับ

  

ถัดมาจะเป็นการตั้งค่า iCloud หรือ App Store และ iTunes Store ถ้าคุณมี Apple ID อยู่แล้วก็ใส่ค่าได้เลย แต่ถ้าไม่มีก็สามารถสร้างเองได้ใหม่ ซึ่ง App Store และ iTunes Store จะเป็น Apple ID เดียวกัน ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะมีอยู่แล้ว ส่วน iCloud ไม่จำเป็นต้องเป็นอันเดียวกันนะครับ คุณจะสมัครเพื่อใช้ใหม่ก็ได้ หรือจะใช้อันเดียวกันกับ App Store เพื่อกันความสับสนก็ไม่ว่ากันครับ

  

ถัดมาก็จะเป็นการตั้งค่าว่าจะให้เครื่องรายงานเมื่อเกิดปัญหาการใช้งานไปทาง Apple แบบอัตโนมัติหรือเปล่า แค่นี้ก็เสร็จสิ้นการตั้งค่าเบื้องต้นคุณสามารถใช้งาน iOS 5 ได้เลย

 

เปิดขึ้นมาใช้งานอย่างแรกเลยที่สังเกตุได้คือมี icon แปลกๆ หลายตัวขึ้นมาที่หน้าจอ icon โปรแกรม iPod ไม่มีแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วย icon Music และ Videos แทน เพื่อแยกการฟังเพลงหรือดูวิดีโอออกจากกัน เหมือนบน iPad และระบบ Notifications แบบใหม่ Notifications Center จะแสดงรายการ Notifications ขึ้นมาให้คุณเห็นที่หน้าจอเลย โดยสามารถใช้นิ้วลากจากบนลงล่างเพื่อเลื่อนดูรายการ Notifications ล่าสุดทั้งหมด สังเกตุที่หน้า Notifications Center ด้านล้างจะมีรูปเหมือนที่ให้กด ก็แตะตรงนั้นแล้วเลื่อนขึ้นก็จะเป็นการเลื่อนเก็บหน้า Notifications สะดวกดีครับ อันนี้ชอบมาก เพราะบางทีเราเผลอกด ok ไป Notifications ก็หายไปจากหน้าจอ ไม่รู้ว่ามันคือ Notifications อะไรมาจากโปรแกรมไหน ต้องไปไล่ดูตาม Icon ว่ามาจากโปรแกรมอะไร แต่ใน iOS 5 ดีขึ้นเยอะ ส่วน iMessage ก็จะคล้ายๆ กับ BBM ของ BlackBerry ให้คุณส่งข้อความหรือรูปถ่ายให้กับเพื่อนที่ใช้ iOS 5 ด้วยกันได้ฟรีๆ ผ่านระบบ Internet โดยจะรวมกับโปรแกรม Message เดิม เพื่อไม่ให้คุณสับสน เพื่อนคนไหนที่ไม่ใช้ iOS 5 ก็จะเป็นการส่งแบบ SMS หรือ MMS แทน สังเกตุสีที่ข้อความครับ ถ้าเป็นสีเขียวคือ SMS / MMS แต่ถ้าเป็นสีฟ้าคือการส่งแบบ iMessage เสียดายที่ยังไม่สามารถส่งพวกเสียง หรือแผนที่ พิกัดดาวเทียมได้เหมือน Whatsapp ไม่สามารถใช้กับโทรศัพท์ระบบอื่นได้ เราจึงต้องมี Whatsapp ควบคู่ไปด้วยเหมือนเดิม 😛

 

Fปรแกรม Reminders ที่แยกออกมาต่างหากจากเดิม เวลาตั้งเตือนนัดหมายอะไรจะต้องไปทำใน Calendar หรือ Todo List แต่ตอนนี้แยกออกมาให้เราตั้งข้อมูลสิ่งที่ต้องทำ หรือเตือนต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ที่พิเศษคือมีการใช้งานร่วมกับพิกัดดาวเทียมด้วย เช่นเราสามารถตั้งได้ว่า ให้เตือนแวะซื้อของเมื่อเข้าใกล้ซุบเปอร์ฯ แถวบ้าน หรือตามรูปผมตั้งเตือนว่าให้ซื้อขนมเมื่อแวะไปแถว ท่าดินแดง 🙂 อันนี้ก็สะดวกดี แต่เราควรจะทำการเก็บพิกัดไว้ใน Address Book จะได้สะดวกเวลาเลือกตำแหน่ง Location ที่ให้เตือน

 

Newsstand โปรแกรมบอกรับนิตยสาร ที่แยกออกมาจาก iBooks โดยจะเน้นที่นิตยสาร คุณสามารถสั่งซื้อนิตยสารเล่มที่อยากอ่านได้เลย หรือที่มีให้โหลดฟรีก็หลายเล่มครับ แต่น่าเสียดายยังไม่มีนิตยสารไทย ก็คงต้องใช้ AIS Book Store ต่อไป 😛 ส่วนผมก็คงใช้ Zinio ต่อไป เพราะซื้อไว้เยอะแล้ว แถมอ่านบนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย

 

Sound ใน Setting ก็ให้คุณตั้งเสียงเตือนได้มากขึ้น เช่นตั้งว่าเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงอะไร เสียง SMS เป็นเพลงอะไร โดยเลือกจาก Ringtone ที่คุณ Sync มาจาก iTunes รวมทั้งสามารถซื้อ Ringtone ใหม่ๆ ก็ได้ แต่ที่จริงทำเองก็ไม่ยาก แค่ทำเพลงเป็น format aac ความยาวไม่เกิน 40 วินาที แล้วเปลี่ยนนามสกุลเป็น .m4r เอาไปใส่ใน iTunes แล้ว Sync เข้ามาเป็น Ringtone ในเครื่องได้เลย ที่จริง Apple น่าจะให้เราเลือก Ringtone จาก Music Library ในเครื่องได้เลย จะสะดวกมาก 😛

 

โปรแกรม Twitter ถูกรวมเข้ามากับระบบ หลายๆ โปรแกรมจึงสามารถ Twitter ได้โดยตรงไม่ต้องไปเปิดเข้า Twitter แล้วส่งอีกที ส่วน Software Update หลังจาก iOS 5 สามารถทำการ Update โดยตรงจากตัวเครื่อง ไม่จำเป็นต้องทำผ่าน iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้

 

ระบบ Notifications แบบใหม่ ที่กล่าวไปแล้ว สามารถเข้ามาเลือกว่าจะให้โปรแกรมไหน เตือนหรือไม่เตือนยังไงก็ได้ จะให้เตือนในหน้า Notifications Center หรือเตือนเป็น Pop Up Windows แบบเดิมก็ได้

โปรแกรม Calendar สามารถใช้งานได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน

 

iOS 5 มาพร้อมกับบริการ iCloud พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ซึ่งมีให้ใช้งานฟรี 5GB คุณสามารถใช้ Email สมัครบริการ iCloud ได้เลย หรือจะเลือกสมัคร Email ใหม่ก็ได้ ซึ่งก็จะได้ Email .me มาให้ ด้วยบริการ iCloud โปรแกรมและข้อมูลของทุก iDevice ที่คุณมีและใช้ iCloud User ID เดียวกัน สามารถตั้งให้ Sync ข้อมูลให้ตรงกันได้ เช่นคุณซื้อโปรแกรมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมก็จะถูกโหลดเข้า iPhone ให้เองโดยไม่ต้อง Sync หรือข้อมูล Calendar บน iPhone หรือ iPad จะตรงกันไม่ว่าคุณจะแก้จากเครื่องไหน รวมทั้งบริการใหม่อย่าง Photo Stream ที่เมื่อคุณถ่ายรูป รูปก็จะถูกส่งไปยัง iDevice เครื่องอื่นๆ ให้โดยอัตโนมัติ (สามารถเลือกเปิด หรือไม่ใช้ได้ เพราะบางคนก็ไม่อยากให้รูปที่ถ่ายจากเครื่องหนึ่ง ไปโผล่ในทุกๆ เครื่องที่ใช้งาน) ส่วนเนื้อที่ 5GB ถ้าไม่พอคุณสามารถซื้อเพิ่มเติมได้ โดยจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นรายปี ซึ่ง iCloud ก็คือ MobileMe เดิม แต่เพิ่มความสามารถมากขึ้น แต่จ่ายน้อยลง จาก MobileMe เดิมปีละ 99 USD มาเป็น iCloud ฟรี 5GB แต่ถ้าจ่ายปีละ $20 USD คุณได้เนื้อที่เพิ่มเป็น 10GB $40 USD คุณได้เนื้อที่เพิ่มเป็น 20GB

 

iOS 5 คุณสามารถเลือกถ่ายรูปได้จากหน้าจอ Lock Screen โดยการ Double Click ที่ปุ่ม Home จะเห็นว่าข้างๆแถบ Slide to Unlock จะมี icon รูปกล้องถ่ายรูปให้คุณเลือกเปิดโปรแกรมถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็ว รูปที่ถ่าย หรือที่อยู่ใน Photo Library ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ว่าจะเป็นหมุนพริกรูป Crop ปรับแต่งสีด้วย Auto Enhance จากโปรแกรม Photo ได้โดยตรง และที่สำคัญคุณสามารถจัดหมวดหมู่รูปสร้าง Album ได้โดยตรงไม่จำเป็นต้องจัดแล้ว Sync ผ่านโปรแกรม iPhoto หรือเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

 

โปรแกรมถ่ายรูปก็ออกแบบใหม่ ถ้าคุณกดปุ่ม Option ก็จะเป็นการเลือกตั้งค่าให้แสดงเส้น Grid หรือเปิดการใช้งาน HDR และที่สำคัญคุณสามารถกดปุ่มเร่งลดเสียงในการสั่งถ่ายภาพได้ แทนที่จะต้องมมากดปุ่มรูปกดที่จอภาพเพื่อสั่งถ่าย ซึ่งไม่สะดวก

 

โปรแกรม Weather นอกจากจะพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นวันแล้ว ยังพยากรณ์แบบเป็นชั่วโมงได้ด้วย ละเอียดขึ้น ส่วนใครที่อยากถนอมปุ่ม Home สามารถเลือกเปิดใช้งาน Assistive Touch ได้ โดยเข้าไปตั้งจากเมนู Setting -> General -> Accessibility -> Assistive Touch -> เปิดให้เป็น On ก็จะมีเหมือนปุ่มขาวๆ อยู่ตรงมุมล่างของหน้าจอ เพื่อให้คุณเลือกสั่งแบบไม่ต้องกดปุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปหน้า Home สั่งหมุนหน้าจอ หรืออื่นๆ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสามารถใหม่ๆ ใน iOS 5 ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Apple.com ครับ ขอให้สนุกกับ iOS 5 นะครับ 🙂