เริ่มมีเข้ามาในบ้านเรากันแล้ว สำหรับกล้อง m4/3 mirrorless รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Olympus OM-D E-M5 ซึ่งเคยลงรายละเอียดไปแล้วว่ากล้องใหม่รุ่นนี้มีดีอะไรบ้าง และหลังจากที่กล้องได้วางจำหน่ายจริง ก็มีหลายคนได้ลองใช้ดูแล้ว รวมทั้งรีวิวจากเวบต่างๆ ก็ล้วนแต่ชมกันทั้งนั้น โดยคุณสมบัติเด่นของกล้องรุ่นนี้นอกจากหน้าตาที่สวยลงตัว แบบกล้องย้อนยุคตัวเก่งของ Olympus OM แล้ว ยังมาพร้อมกับความละเอียดที่สูงขึ้น 16 ล้านพิกเซล หน้าจอด้านหลังแบบ OLED ให้ความคมชัดและสีสันที่ดีขึ้น (มองดูจากภาพที่หน้าจอด้านหลัง อาจจะสวยกว่ารูปจริงที่โหลดลงคอมด้วยซ้ำไป 😛 ) แถมยังเป็นหน้าจอแบบปรับมุมมองได้เพิ่มความสะดวกกับการถ่ายภาพในหลายมุม แต่ถ้ายังไม่ชัดเจนพอ ก็มีช่องมองภาพในตัวกล้องเลย ไม่จำเป็นต้องซื้อมาเพิ่มเหมือนกล้อง E-P series เดิมๆ ระบบกันสั่นแบบใหม่ ที่ป้องกันการสั่นไหวได้หลายทิศทาง (อันนี้ชอบมาก ใครที่ใช้กับเลนส์ซูมยาวๆ หรือเลนส์มือหมุนทั้งหลาย ที่ไม่มีระบบกันสั่นในตัวเลนส์ ภาพที่ได้ชัดเจนขึ้นไม่ไหวเบลอ) แต่ได้ข่าวว่ากล้องขายดี แต่ละร้านหรือตัวแทนจำหน่ายได้มาอย่างจำกัด ใครที่อยากได้ก็ลองโทรถามร้านกล้องประจำได้เลยครับ แต่ตัวนี้ได้มาจากร้านโฟโต้ฮัท ตัวกล้องมีสองสี คือดำ และเงิน สวยทั้งสองสี และกล้องทั้งสองสีจะมาพร้อมกับเลนส์ 12-50mm Macro สีดำเหมือนกัน (ใครชอบเลนส์สีเงินก็อาจจะต้องแยกซื้อเลนส์ต่างหาก) ว่าแล้วเราก็มาลองกล้องกันดีกว่า โดยผมลองๆ จับเล่นอยู่ 1 วัน เลยเลือกที่จะไปทดสอบระบบกันสั่นกับเลนส์ Panasonic Lumix 100-300mm แบบปิดกันสั่นที่ตัวเลนส์ และเลนส์ที่มากับกล้องอย่าง 12-50 Macro ซึ่งผลที่ออกมา ระบบกันสั่นใหม่นั้นดีจริงๆ ครับ ช่วยได้เยอะมาก ส่วนเลนส์ Macro นั้นก็ใช้งานได้ดี อาจจะไม่ซูมใกล้มากขนาดเลนส์ Macro ราคาแพง แต่ถ้าคุณเน้นถ่ายแค่อาหาร ดอกไม้ ที่ไม่ขยายมาก ผมว่ามันเหมาะดี แถมเลนส์ก็ช่วงดี ครอบคุมตั้งแต่ ช่วงกว้าง 12mm ถึงช่วงซูม 50mm เทียบเท่ากับกล้อง Full Frame ที่ระยะ 24mm – 100mm เรียกว่าเป็นเลนส์ครอบจักรวาล ตัวเดียวเอาอยู่ ^^

ปุ่ม Dial ที่ย้ายจากด้านหลังขึ้นไปอยู่ด้านบนแทน หมุนขวาล่างก็จะเป็นสวิสเปิดปิดกล้อง (เปลี่ยนจากปุ่มเปิดปิดด้านบนจากรุ่นเดิมๆ)

การออกแบบตำแหน่งปุ่มใหม่ ที่ต้องทำความคุ้นเคยเล็กน้อย แต่พอชินแล้วก็ใช้งานได้คล่องดี ติอย่างเดียวปุ่ม Play มันเล็กมาก นิ้วใหญ่ๆ อย่างผมกดยาก 😛

หน้าจอ OLED ด้านหลังนั้นสีสันสดใสดีจริงๆ บางทีก็หลอกว่าเราถ่ายสวยแล้ว พอโหลดมาดูจริงทำไมไม่สวยเหมือนที่ดูจากหน้าจอกล้อง 😛 แต่เปลี่ยนมาใช้จอแบบปรับมุมได้ (ที่จริงจอแบบนี้ Olympus ใช้กับรุ่น E-PL3 มาก่อน) ซึ่งก็ช่วยให้คุณไม่ต้องก้มมาก เพื่อถ่ายภาพในบางมุม

Flash ในรุ่นนี้เปลี่ยนมาเป็นแบบต่อภายนอก ไม่ใช้งานก็เก็บใส่ซองที่ให้มาด้วยได้

คราวนี้เรามาลองดูตัวอย่างภาพที่ถ่ายกันบ้าง ภาพชุดแรก เป็นตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ Lumix 100-300mm ไปซูมผีเสื้อ ที่จะปิดระบบกันสั่นที่ตัวเลนส์ ใช้ระบบกันสั่นที่ตัวกล้องเท่านั้น ซึ่งช่วยได้เยอะมาก แม้จะซูมยาวสุดที่ 600mm ซึ่งปกติถ้าไม่ใช้ขาตั้งกล้องภาพก็จะค่อนข้างไหว ภาพทั้งหมดผมไปถ่ายที่สวนผีเสื้อ ที่อยู่ในสวนรถไฟครับ เข้าชมฟรี

คราวนี้เป็นตัวอย่างภาพจากเลนส์ 12-50mm ที่ใช้โหมด Macro ลองถ่ายภาพดอกไม้ดูนะครับ

ภาพจากเลนส์ 12-50mm

เป็นไงบ้างครับ ผมว่ากล้อง Olympus OM-D นอกจากจะหน้าตาสวยแล้ว ยังคงสีสันสดใส ตามสไตล์ Olympus เหมือนเดิม เพียงแต่ปรับปรุงกล้องให้มีความสมบูรณ์แบบกล้องมืออาชีพมากขึ้น ^^

สุดท้ายขอขอบคุณพี่ซุบ สมาชิกเวบที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ มาให้เราทดสอบลองเล่นกันตลอดนะครับ 🙂