คราวที่แล้วเราแนะนำ DEEZER คลังเพลง online ขนาดใหญ่ที่เริ่มให้บริการในบ้านเรา คราวนี้เรามีบริการแบบเดียวกันแต่เป็นของสวีเดน ที่ชื่อ Spotify ที่มีเพลงให้เราฟังจากทั่วโลกรวมทั้งเพลงไทยด้วย (ตอนที่เขียนบทความส่วนใหญ่จะมาจาก GMM) แนวคิดของ Spotify ที่จริงแล้วน่าสนใจ เพราะทุกวันนี้เราทุกคน เก็บเพลงใน Harddisk ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ก็จะเหมือนๆ กัน และเราก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิด Harddisk พัง เพลงที่เราเก็บมาทั้งหมดก็คงหายไปด้วย จะดีกว่าไหม ถ้าเรามาลงขันกันตั้ง Server กลางที่เก็บเพลงไว้ ใครจะฟังก็ฟังผ่าน internet ได้เลย ไม่ต้องห่วงว่า Harddisk จะพังแล้วเพลงจะหายอีกต่อไป แค่ Log in แล้ว Play List เพลงที่คุณจัดไว้ก็จะขึ้นมาให้ฟังได้ทันที โดย Spotify สามารถใช้งานได้ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac, Windows หรือโทรศัพท์มือถือ Android, iPhone, iPad, Windows Phone, BlackBerry หรือ Symbian ที่ชอบมากที่สุดคือ Spotify เชื่อมต่อกับ FaceBook คุณสามารถเข้าไปดู Play List ของเพื่อนได้ ว่ามีเพลงไหนที่น่าสนใจบ้าง ถ้าชอบทั้งหมดก็สมัคร Play List ของเพื่อนไว้เลย ไม่ว่าเพื่อนจะเพิ่มเพลงใหม่ หรือจัดการเพลงใหม่ เราก็สามารถตามฟังได้ตลอด 😛 หรือจะดึงมาใส่ Play List ของเราเองเป็นเพลงๆ ไปก็ทำได้ การใช้งานของ Spotify นั้นคล้ายๆ กับ iTunes เพียงแต่เพลงทั้งหมดจะอยู่บน Server แบบ Online ข้อดีคือคุณสามารถมีคลังเพลงขนาดใหญ่ โดยที่ไม่เปลืองเนื้อที่ใน Harddisk คุณเลย

หน้าตาของ Spotify ก็จะคล้ายๆ กับ iTunes เริ่มจากเมนูซ้ายบน

What’s New – ก็จะเป็นการแนะนำเพลงว่าตอนนี้มีเพลงอะไรใหม่บ้าง Album ไหนน่าสนใจบ้าง หรือว่าเพื่อนๆ คุณฟังเพลงอะไรกันบ้าง

People – ก็จะเป็นรายชื่อเพื่อน FaceBook ของคุณที่ใช้งาน Spotify (กด On Spotify ก็จะแสดงเฉพาะเพื่อนที่ใช้งาน Spotify) เราสามารถเข้าไปดูได้ว่า เพื่อนของเราฟังเพลงอะไรบ้าง จัด Play List ไหนน่าสนใจบ้าง ถ้าชอบ Play List ที่เพื่อนจัดไว้ก็กด Subcribe แค่นี้เราก็สามารถติดตาม Play List ของเพื่อนได้เลย ไม่ว่าเค้าจะเพิ่มเพลง จัดเพลงใหม่ เราก็เลือกฟังได้ตลอด ชอบมาเลย 🙂

Inbox – เราสามารถส่งเพลงแนะนำให้เพื่อนเราฟังได้ ซึ่งเพลงที่ถูกแนะนำมาให้เราก็จะเก็บไว้ที่นี่

Devices – จะเป็น List อุปกรณ์ที่เราสามารถ sync เพลงไปฟังได้ไม่ว่าจะเป็น iPod หรือ Smartphones ต่างๆ

Top List – จะเป็น Chart อันดับเพลงที่นิยมอยู่ตอนนี้ จะดูเป็นเพลง หรือดูเป็น Album ก็ได้

Radio – ก็จะเป็นวิทยุเพลง online ที่เราเลือกฟังตามแนวเพลงที่เราชอบได้ จะมีให้เลือกเพียบไม่ว่าจะเป็น Pop, R&B, Classic, Jazz และอีกมากมาย ข้อดีคือเราสามารถให้ Spotify เลือกเพลงมาให้ฟัง เพลงไหนชอบก็ Add เข้า Play List ของเราอีกที

New Play List – เลือกสร้าง Play List ของเราเอง

ส่วนทางด้านขวา ก็จะเป็น List รายชื่อเพื่อนของเราที่ใช้งาน Spotify จะแสดงให้ดูว่าตอนนี้มีใครฟังเพลงอะไรบ้าง หรือใครสร้าง Play List ใหม่อะไรบ้าง

วิธีหาเพลงอีกวิธีคือ เริ่มจากเพลงที่เราชอบ จากนั้นก็ Clike ขวา เลือก Start Radio ทาง Spotify ก็จะไปค้นหาแนวเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงที่เราเลือกมาให้ฟังเพียบ ชอบเพลงไหนก็ add เข้า Play List เก็บไว้

Play List ที่เราสร้างขึ้น สามารถอนุญาติให้เพื่อนเราช่วยกันจัด เพิ่ม ลบเพลงได้ด้วย โดย Click ขวาที่ Play List ที่เราต้องการแชร์กันระหว่างเพื่อน แล้วเลือก Collaborative Play List รูปโน้ตดนตรีข้างหน้า Play List นั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

Spotify  นั้นมีเพลงให้เราเลือกฟังมากมาย โดยเราสามารถเริ่มจากการค้นหาชื่อศิลปิน ชื่อเพลง ทาง Spotify ก็จะค้นหาและแสดงรายการออกมา เริ่มจาก Top Hits ก็จะเป็นอันดับเพลง 5 เพลงที่ฮิตของศิลปินคนนั้น จากนั้นก็จะไล่ไปตาม Album ของศิลปินคนนั้นตามปีล่าสุดไปจนถึงปีแรกๆ โดยรวมทั้ง Album ของศิลปินนั้นเอง หรือ Album อื่นที่ศิลปินคนนั้นไปรวมอยู่ด้วย

Spotify นั้นคิดค่าบริการแบบรายเดือน โดยมีสองระดับคือ Premium ค่าบริการ $9.99USD ต่อเดือน คุณสามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะฟัง Online หรือ Download มาเก็บในเครื่องฟังแบบไม่ต้องต่อ internet หรือจะ sync ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้ รวมทั้งคุณภาพเสียงก็จะสูงสุด ส่วนค่าบริการแบบ Unlimited ราคา $4.99USD ต่อเดือนคุณสามารถฟังเพลงแบบ Online ได้เต็มที่แต่ไม่สามารถ download มาฟังแบบ offline ได้ ส่วนถ้าใช้งานแบบ Free ก็สามารถฟังเพลงได้เต็มที่เหมือนกัน เพียงแต่จะมี Banner โฆษณาโผล่ขึ้นมา และมี spot โฆษณาให้เราฟังเป็นช่วงๆ

น่าเสียดายที่ Spotify ยังไม่มีบริการในบ้านเรา แต่เราก็สามารถสมัครใช้งาน Spotify ได้ฟรี โดยแค่อาศัยโปรแกรมจำพวก VPN หลอก IP ว่าเราอยู่ในอเมริกา ที่ผมใช้คือโปรแกรม http://www.tunnelbear.com ที่สามารถ download มาใช้งานได้ฟรี หลังจากติดตั้งโปรแกรม TunnelBear เรียบร้อยก็เปิด On เพื่อหลอก IP ของเราเป็น US จากนั้นก็เปิดโปรแกรม Spotify ที่เรา download มาติดตั้งไว้แล้ว หรือจะเข้าจากทางหน้าเวบ Spotify ก็ได้ จากนั้นก็เลือก Sign Up แล้ว Sign Up with FaceBook ซึ่งก็จะ Link Account Spotify เราก็ FaceBook สามารถใช้ User Name กับ Password ของ FaceBook Log in เข้า Spotify ได้เลย สำหรับการหลอก IP จะใช้ทำในขั้นตอนสมัครใช้ Spotify เท่านั้น หลังจากสมัครและเปิดใช้งานครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องแล้วครับ ไม่ว่าเราจะต่อจาก internet ที่บ้านหรือจากโทรศัพท์มือถือ Smartphones TabletPC ก็ใช้ Password เดียวกับ FaceBook Log in เท่านั้นเอง ไม่มีการตรวจสอบอีกแล้ว ของให้สนุกกับการฟังเพลงนะครับ 🙂

Share