IMG_6329

มาแล้ว นาฬิกา Smart Watch รุ่นล่าสุดจาก Samsung ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Tizen (จึงไม่มีคำว่า Galaxy ในชื่อรุ่น) Gear S นอกจากจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 2 นิ้ว แบบโค้ง (เช่นเดียวกับ Gear Fit ที่ออกมาก่อนหน้า) เป็นจอแสดงผลแบบ Super AMOLED สว่างสีสันสดใส ความละเอียดสูง 480×360 พิกเซล ระบบเซ็นเซอร์ครบทั้งตรวจวัดก้าวเดิน วิ่ง ชีพจร รังสียูวี พร้อมทั้งใส่ SIM Card เป็นโทรศัพท์ได้ในตัวเองโดยไม่ต้องเพิ่งพาโทรศัพท์ พิมพ์ ส่งข้อความได้ด้วย Keyboard ขนาดเล็ก เรามาดูคุณสมบัติเด่นกันก่อน

Screen Shot 2557-11-16 at 21.41.52

IMG_6335

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีตัวนาฬิกา Gear S แท่นชาร์จไฟที่เป็นแบบแป้นประกบด้านหลังนาฬิกา ปลั๊กชาร์จไฟแบบ micro USB คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

IMG_6342

แป้นชาร์จไฟแบบประกบ ที่คราวนี้แน่นมาก ต้องออกแรงแกะออกพอสมควร 😛

IMG_6344

สายสามารถปรับขนาดให้พอดีได้ตามข้อมือของแต่ละคน

IMG_6346

หน้าจอด้านล่าง สังเกตดีๆ จะมีเซ็นเซอร์วัดแสงสว่าง และรังสียูวีอยู่ครับ ส่วนตรงกลางจะเป็นปุ่ม Home ใช้เปิดปิดเครื่อง หรือกดเพื่อกลับสู่หน้าจอหลัก

IMG_6365

ครั้งแรกที่เห็น Gear S ดูไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะมันดูใหญ่ไม่เป็นนาฬิกาอย่างที่คิด ดูเป็นกำไรข้อมือมากกว่า ถึงแม้จะมีหน้าปัดนาฬิกาจำลองหน้าปัดนาฬิกาหรูมาให้เปลี่ยนก็เถอะ แต่ด้วยความที่น้ำหนักเบา ตัวสายเป็นยางใส่สบาย ผมว่าเหมาะกับการใส่ออกกำลังกายมากกว่านาฬิกาสายหนังหรือเหล็ก

พอใช้ไปซักพัก หน้าจอที่ใหญ่ ดูจะเป็นจุดเด่นขึ้นมาทันที เพราะมีความละเอียดสูง แถมเป็นหน้าจอ Super AMOLED ที่ให้สีสันสดสวย ตัวกราฟฟิค ไอคอน และเมนูต่างๆ ก็ดูมีสีสันสวยงามมากว่า Gear รุ่นเดิมๆ เยอะมาก วิธีการใช้งานตอนแรกเหมือนจะงงๆ ถ้าใครมาจับๆ เล่นไม่นานในงาน คงจะไม่ชอบ เพราะงงกับเมนู แต่ที่จริงแล้ว การใช้งานมีแค่การลากในสี่ทิศทางเท่านั้นคือ

ลากจากบนลงล่างก็จะเป็นการเรียกเมนูปรับความสว่างหน้าจอ เร่งลดเสียงเตือนของตัวนาฬิกา รวมทั้งใช้แทนการกดปุ่ม back เพื่อย้อนกลับไปหน้าที่ผ่านมา

ลากจากล่างขึ้นบน จะเป็นการเรียกดูโปรแกรมต่างๆ ที่ติดตั้งมากับตัวนาฬิกา หรือติดตั้งเพิ่มเติมเองผ่านหลัง

ลากจากซ้ายไปขวา ก็จะเป็นการเรียกดูข้อความเตือนของแต่ละโปรแกรมที่เราเรียกให้ช่วยเตือนไว้ โปรแกรมไหนที่เรายังไม่ได้อ่านก็จะมีตัวเลขระบุจำนวนการเตือนเอาไว้ กดเข้าไปดูได้

ลากจากขวามาซ้าย ก็จะเป็นการเรียกดู Widgets ที่เราตั้งได้ว่าจะให้แสดงอะไรบ้าง เช่น Widgets ที่บอกจำนวนก้าวเดิน ชีพจร ตารางนัดหมาย หรืออื่นๆ

IMG_6415

จุดเด่นของ Gear S จาก Gear รุ่นก่อนๆ คือ มีช่องใส่ SIM Card แบบ nano SIM จึงทำให้ Gear S สามารถเรียกใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ (ใครที่ใช้ iOS ฟังแบบนี้แล้ว อย่าคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อ Gear S มาใช้งานแบบอิสระได้ละซิ ขอตอบว่าไม่ครับ เพราะแค่แกะกล่องขึ้นมานาฬิกาก็บังคับให้คุณ pair กับโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งโปรแกรม Gear Manager บน Android ไว้ก่อนแล้ว จึงจะเริ่มใช้งานได้ และการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมก็จำเป็นต้องทำผ่านโทรศัพท์มือถือ Android อยู่ดี) แล้วการที่ใส่ซิมโทรศัพท์ได้มีประโยชน์อะไร จุดประสงค์ก็คือ ให้คุณออกไปทำกิจกรรมช่วงสั้นๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องพกพาโทรศัพท์มือถือติดตัวไป เช่นออกไปวิ่งก็ไม่จำเป็นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกไปด้วยให้วุ่นวาย คุณยังสามารถรับข้อความเตือน SMS หรือโทรศัพท์แบบ speaker phone ได้ทันที (ถ้ามีหูฟัง Bluetooth ก็ใช้ได้) สามารถตอบกับข้อความสั้นได้จาก keyboard ที่มีมาในเครื่อง อันนี้ถือเป็นจุดเด่นกว่า smart phone ตัวอื่นๆ เลย โดย keyboard ก็มีภาษาให้เลือกใช้มากถึง 69 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย

Screen Shot 2557-11-16 at 23.06.06

Gear S มาพร้อมกับโปรแกรมบันทึกการออกกำลังการแบบเต็มที่ ทั้ง S Health เดิม ที่วัดการวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน จับชีพจร วัดการนอนหลับ และเพิ่มการตรวจเช็ครังสียูวี ว่าคุณควรจำเป็นต้องทากันแดดไหมเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ ใครที่ใช้งาน Nike+ อยู่ ก็สามารถใช้ได้เลยบน Gear S เพราะติดตั้งมาเลยจากโรงงาน

การใช้งาน Nike+ บน Gear S ก็จะมีหน้าตาแบบนี้ครับ

ถ้า Nike+ และ S Health ยังไม่พอ คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมยอดนิยมอย่าง Strava หรือ Runtastic เพื่อตรวจวัดการออกกำลังกายได้ ทั้งวิ่งหรือปั่นจักรยาน

โปรแกรมเสริมอื่นๆ ก็มีให้เลือกเล่นมากมาย ทั้งฟรีและเสียเงินซื้อ แล้วจะค่อยๆ เอามาแนะนำว่าตัวไหนน่าสนใจนะครับ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Samsung Thailand