เมื่อคืนหลายคนอาจจะบอกว่าคุณสมบัติใหม่ๆ ของ iOS 9 และ OS X El Capitan นั้นมันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ บางอย่างก็มีให้ใช้มาก่อนแล้วบน Android เพียงแต่ Apple เอามาทำใหม่ในแนวทางของ Apple เท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคือครึ่งหลัง ที่เปิดตัวบริการใหม่อย่าง Apple Music ที่จะมาสู้กับบริการสตีมมิงเพลงอื่นๆ เช่น Spotify หรือ Rdio ซึ่ง Apple อาจจะได้เปรียบกว่าในเรื่องของอำนาจในการดึงสตูดิโอเพลงต่างๆ และศิลปินต่างๆ ให้เข้าร่วม บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าบริการสตีมมิงเพลงคืออะไร พูดง่ายๆ คือแทนที่คุณจะซื้อเพลงเป็น album หรือเพลงที่ชอบ เปลี่ยนมาเป็นเช่าฟังแทน โดยจ่ายค่าเช่ารายเดือนประมาณ 350 บาท ($9.99USD) คุณก็จะสามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งหมด จัด playlist ที่ชอบได้ เพลงไหนที่ฟังบ่อยก็เลือกโหลดมาเก็บในเครื่องได้ เท่ากับว่าคุณเสียเงินซื้อ CD เพลงเดือนละแผ่น แต่ได้ห้องสมุดเพลงจากทั่วโลกเป็นล้านๆ เพลงให้เลือกฟัง ไม่ต้องกลัวว่า โทรศัพท์หาย Harddisk ฟัง ก็ไม่ต้องกลัวว่าเพลงจะหายอีกต่อไป เพราะแค่ log in ใหม่ playlist เพลงที่คุณสร้างไว้ก็จะกลับมา ที่สำคัญบริการแบบนี้ จะมีระบบเดาเพลงที่คุณชอบจากแนวเพลงที่คุณฟังบ่อยๆ เปรียบเสมือนมีดีเจรู้ใจมาหาเพลงที่คุณชอบให้ฟังแบบส่วนตัว

Screen-Shot-2015-06-09-at-7.06.02-AM Screen-Shot-2015-06-09-at-7.04.53-AM

หน้าตาของโปรแกรม Apple Music ก็มาในแนวเดียวกับโปรแกรม Music เดิมของ iOS ไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ เพลงที่คุณซื้อไว้ก่อนแล้วก็จะเลือกฟังได้ รวมทั้งเพลงใหม่จากบริการสตีมมิงด้วย หน้าตาโปรแกรม รายละเอียดเพลง ข้อมูลศิลปิน แสดงไว้อย่างสวยงามตาแบบฉบับของ Apple

Screen-Shot-2015-06-09-at-7.03.54-AM

Beats 1 เป็นสถานีวิทยุแบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ที่จะมีดีเจมาคัดเพลงเพราะๆ ให้คุณฟัง เพลงไหนที่ชอบก็กดใส่เข้า playlist ได้เลย

Apple Music เปิดให้ใช้ฟรีสามเดือนแรก จากนั้นจะมีค่าใช้จ่ายเดือนละ $9.99USD สำหรับบัญชีส่วนตัว หรือเลือกใช้บัญชี family plan ที่มีค่าใช้จ่าย $14.99USD ใช้บริการได้ 6 คน (ต้องทำผ่าน icloud family sharing) เริ่มให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยใครที่จะใช้ต้องอัพเดท iOS 8.4 และ iTunes เวอร์ใหม่ที่จะปล่อยออกมาพร้อมกัน ส่วนใครที่ใช้ Android ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะ Apple Music จะมีให้ใช้บน Android ด้วย ช่วงปลายปี ราวเดือนตุลาคม (แน่ละ เพราะยังไง smart phone 80% ก็ยังเป็น Android ตลาดใหญ่กว่าเห็นๆ)

ที่มา Apple